cross process นั้น โดยชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่า คือการเอาฟิล์มชนิดหนึ่ง ไปล้างด้วยกระบวนการที่ออกแบบมา สำหรับฟิล์มอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งก็มีอยู่เพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ ถ้าไม่เอาสไลด์ไปล้างด้วยน้ำยา C-41 ได้เป็นฟิล์ม negative ก็เอาฟิล์ม negative ไปล้างด้วยน้ำยา E-6 ให้กลายเป็นฟิล์มสไลด์ สำหรับอย่างแรกนั้นเป็นที่นิยมกันมากกับงานถ่ายแฟชั่น เพราะเราจะได้ฟิล์มที่มีสีสันและคอนทราสต์จัดขึ้นมาก ๆ ในขณะที่อย่างหลังนั้นกลับเป็นที่นิยมกันน้อยกว่า อันเนื่องมาจากผลที่ได้มีความแน่นอนน้อยกว่าแบบแรก มาว่ากันถึงกรณีของการสลับวิธีสไลด์ไปล้างเนกกันก่อน จากข้อมูลที่ค้นเจอและจากประสบการณ์ของตัวเอง มีข้อแนะนำสำหรับท่านที่สนใจลองครอสแบบแรกกันดังต่อไปนี้

Image


1. ฟิล์มที่เลือกใช้ เป็นฟิล์มสไลด์รุ่นไหน ยี่ห้ออะไรก็ได้ ตามแต่ความชอบและกำลังทรัพย์ของแต่ละคน แต่มีทริคในการเลือกนิดนึงตรงที่ เมื่อเราทำการครอสเพราะต้องการผลพิเศษของภาพ ดังนั้นจึงควรเลือกฟิล์มที่มีเบสสีตรงกับจุดประสงค์ของการใช้งาน ฟิล์มบางรุ่นอมเขียว บางรุ่นยอมเหลือง บางรุ่นถนัดสีแดงเกลียดสีเขียว ... ซึงตรงนี้การที่จะรู้ว่าฟิล์มรุ่นไหนเป็นอย่างไรนั้นควรจะต้องทำการทดสอบด้วยตนเอง มีข้อมูลจากบางแหล่งเหมือนกันที่แนะนำให้ใช้ฟิล์มที่หมดอายุแล้วมาทำการครอส เพราะจะมีการชิฟท์ของเบสสีของฟิล์มไปจากปกติ ซึ่งส่งผลดีกับงานประเภทนี้ที่ต้องการความแปลกเข้าว่า ซึ่งฟังดูก็ OKค่ะ แต่แนะนำว่าต้องทดสอบก่อนทุกครั้ง

2. จากประสบการณ์ของเรานั้นแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องถ่ายเผื่อก็ได้ สามารถถ่ายได้ตามปกติและก็ส่งล้างตามเวลาของฟิล์มตัวนั้นได้เลย แต่มีสิ่งที่ควรจำคือการถ่ายครอสนั้นควรจะถ่ายในลักษณะเดียวกันทั้งม้วน เช่น ถ้าโอเวอร์ 1 สตอปก็ให้ทำทั้งม้วน และควรจะควบคุมอุณหภูมิสีให้ใกล้เคียงกันด้วย เพราะฟิล์มที่ทำการครอสจะเกิดเอฟเฟ็คที่ต่างกันมากพอควรหากอุณหภูมิสีต่างกัน ซึ่งจะทำให้เราสามารถตรวจสอบผลของภาพได้ง่ายขึ้น และช่างปรินท์ภาพก็ทำงานได้ง่ายขึ้นด้วย


Image


3. เพื่อให้ได้เป็นภาพที่เรา ๆเพื่อนๆ เอามาอวดกันนั้น ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากการล้างแล้วจึงจำเป็นต้องให้ช่างปริ้นทำให้ .... ทีนี้มองถึงปัญหาของการปริ้นภาพจากฟิล์มครอสในบ้านเรา ... หลาย ๆ แลปจะปฎิเสธการปริ้นท์ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะต้องใช้เวลาในการปริ้นท์นานขึ้น ปริ้นท์ให้ถูกใจลูกค้ายาก ซ้ำร้ายเครื่องปริ้นท์ในระบบดิจิตอลบางรุ่น อาจปฎิเสธการอ่านแบบต่อเนื่องของฟิล์มบางตัว หากจะทำการปริ้นท์จะต้องสแกนฟิล์มแบบแมนนวลซึ่งเสียเวลามาก ดังนั้นจึงควรสอบถามและทดลองด้วยตนเอง (อีกนั่นแหละ)....

สรุปก็คือการครอสโดยนำฟิล์มสไลด์มาล้างเนกาตีฟนั้น เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดผู้ถ่ายควรลองด้วยตนเองกับฟิล์มแต่ละรุ่น + แลปแต่ละแห่ง (อันหมายถึงช่างปริ้นแต่ละคน) และหากเป็นการถ่ายภาพบุคคลในเชิงธุรกิจ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคุยกับลูกค้าเพื่อทำความเข้าใจกันให้มากที่สุดจะได้ไม่มีปัญหากันภายหลัง อย่าลืมนะครับว่าไม่ทุกคนที่ชอบผลพิเศษจากการครอส

ส่วนกรณีของฟิล์มเนกาตีฟล้างเป็นสไลด์นั้น

ท่านว่าปัญหาเยอะกว่ามากเพราะอยู่ที่เบสฟิล์มเนกาตีฟแต่ละยี่ห้อนั้นไม่เหมือนกันเลย ส่วนใหญ่มักออกมาให้โทนน้ำตาลอมแดง แถมฟิล์มบางรุ่นล้าง push เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น เรียกได้ว่าความแปรปรวนมหาศาล จึงไม่เป็นที่นิยมกันมากนัก อย่างไรก็ดีมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจจะลองวิธีการครอสแบบที่สองดังต่อไปนี้

1. การเลือกฟิล์ม เหมือนกับในกรณีของการครอสแบบฟิล์มสไลด์ล้างเนกาตีฟ และการทดลองด้วยตัวเองยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ดีมีการแนะนำว่าฟิล์มเนกาตีฟ ISO สูงอย่าง ISO 400 น่าจะเหมาะกับการครอสแบบนี้มากกว่าฟิล์ม ISO ต่ำ ๆ

2. เนื่องจากฟิล์มเนกาตีฟมีเบสฟิล์มที่หนากว่าฟิล์มสไลด์ การกำหนดค่าแสงจึงต้องนำปัจจัยนี้มาคำนึงถึงด้วย

มีผู้รู้แนะนำไว้ว่าในกรณีนี้เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดจึงควรต้องถ่ายเผื่อเอาไว้พอควร โดยแนะนำให้เริ่มต้นที่การตั้งค่าความไวแสงของฟิล์มให้น้อยกว่าความไวแสงจริงไปครึ่งหนึ่ง (ถ่ายโอเวอร์) ซึ่งจะส่งผลให้ลดความหนาของเบสฟิล์มได้ ตัวอย่างเช่น ฟิล์ม ISO 400 ให้ตั้งเป็น ISO 200 เป็นต้น

Image

3. ในขั้นตอนการส่งล้าง คงจะต้องเลือกแลปสีที่ยอมล้างแบบครอสให้ ซึ่งในบ้านเรานั้นมีอยู่หลายแลป โดยในตอนส่งล้างให้สั่งแลปให้ทำการ Push หรือล้างเพิ่มเวลาไปอีกประมาณ 2 สตอป เพื่อเป็นการดึงคอนทราสต์ที่หายไปจากการครอสให้สูงขึ้นอีกด้วย


edit @ 2005/11/13 15:12:16
edit @ 2005/11/13 15:12:55

- - - Nikon F3 - - -

posted on 14 Oct 2005 22:38 by ryuabeem

เราก็ห่างจาก blog ไปนานเลยเหมือนกัน ตั้งแต่กลับมาจากจีน ก็ไม่ได้เข้ามาที่นี่อีกเลย....เรานี่แย่จริงๆเลยนะ คงโทษเวลามันไม่ได้ คงต้องโทษตัวเองที่บริหารเวลาไม่ถูกเองเน๊อะ...

ช่วงที่หายไปก้มีรูปมาฝากนะ อยากจะบอกว่าน้อง lomo lc-a ได้รับบาดเจ็บมากๆ ต้องเก็บเข้ากล่องเหมือนเดิม สงสารมาก ร้องไห้กับมันไม่เคยร้องไห้อะไรไร้สาระแบบนี้เลยในชีวิต เพราะมันคือชีวิตของบีนั่นเอง

เมื่อไม่มีน้องแอล แต่ก็มีน้องแป้นแตก น้องเอฟ3 น้องเอฟเอ็ม3 และD70 วันนี้จะเอาภาพที่ได้ถ่ายจากกล้องพวกนี้มาให้ดูค่ะ วันนี้ขอนำเสนอ NiKon F3


ข้อมูลของภาพ
ถ่ายด้วย Nikon F3
สถานที่ โรงงานที่ปทุมธานี

ภาพถ่ายคือชีวิตของเรา

NiKon F3

บนฟ้า...The sky~*

posted on 15 Sep 2005 13:24 by ryuabeem

บนฟ้าที่ดูกว้างใหญ่นั้น
หากเธอจ้องมองให้ดี
ก้องเมฆแต่ละก้อนก่อตัวเป็นตัวละครมากมาย
ตามจินตนาการข้างในของเธอ
บางครั้งฉันเห็นยักษ์
บางครั้งฉันเห็นนางฟ้า
เหมือนกับที่ฉันบองเห็นตา ยาย และกระต่ายบนดวงจันทร์


The sky is so huge and limitiess.
Look at it.
Look at the cloud and
allow your imagination to lead you throng it.
Giant, angels,grandma,grandpa and the rabbit are all there.

ข้อมูลภาพ
1.Nikon D70 น่านฟ้าประเทศเกาหลี
2.Lomo Lc-a /asa 400 น่านฟ้าปทุมธานี กรุงเทพมหานคร